• Skip to main content
  • Skip to primary sidebar
  • Skip to footer
QuestionPro

QuestionPro

questionpro logo
  • Products
    survey software iconSurvey softwareEasy to use and accessible for everyone. Design, send and analyze online surveys.research edition iconResearch SuiteA suite of enterprise-grade research tools for market research professionals.CX iconCustomer ExperienceExperiences change the world. Deliver the best with our CX management software.WF iconEmployee ExperienceCreate the best employee experience and act on real-time data from end to end.
  • Solutions
    IndustriesGamingAutomotiveSports and eventsEducationGovernment
    Travel & HospitalityFinancial ServicesHealthcareCannabisTechnology
    Use CaseAskWhyCommunitiesAudienceContactless surveysMobile
    LivePollsMember ExperienceGDPRPositive People Science360 Feedback Surveys
  • Resources
    BlogeBooksSurvey TemplatesCase StudiesTrainingHelp center
  • Features
  • Pricing
Language
  • ไทย
  • English (อังกฤษ)
  • Español (สเปน)
  • Português (โปรตุเกสบราซิล)
  • Nederlands (ดัตช์)
  • العربية (อารบิก)
  • Français (ฝรั่งเศส)
  • Italiano (อิตาลี)
  • 日本語 (ญี่ปุ่น)
  • Türkçe (ตุรกี)
  • Svenska (สวีเดน)
  • Hebrew IL
  • Deutsch (เยอรมัน)
  • Portuguese de Portugal (โปรตุเกสจากโปรตุเกส)
  • Español / España (สเปน / Spain)
Call Us
+1 800 531 0228 +1 (647) 956-1242 +55 9448 6154 +49 030 9173 9255 +44 01344 921310 +81-3-6869-1954 +61 (02) 6190 6592 +971 529 852 540
Log In Log In
SIGN UP FREE

Home ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค

หนี้ครัวเรือนไทย 16.41 ล้านล้านบาท: ทำไมมาตรการช่วยเหลือถึงได้ผลแค่ 15%

หนี้ครัวเรือนไทย ยังคงเป็นระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจที่ทุกฝ่ายจับตา ณ ไตรมาสแรกของปี 2569 ตัวเลขอยู่ที่ 16.41 ล้านล้านบาท แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าตัวเลขหนี้ก้อนใหญ่ คือความจริงที่ว่ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากภาครัฐกลับได้ผลกับคนเพียง 15% เท่านั้น

คำถามไม่ใช่แค่ว่าหนี้เพิ่มขึ้นเร็วแค่ไหน แต่คือทำไมความพยายามในการแก้ปัญหาจึงยังไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริงสำหรับลูกหนี้ส่วนใหญ่ บทความนี้จะพาไปดูตัวเลขล่าสุด วิเคราะห์สาเหตุที่มาตรการแบบเดิมไม่ได้ผล และแนวทางที่ภาครัฐเองก็เริ่มยอมรับว่าต้องเปลี่ยน

👁 สรุปบทความ▼
  • ✓ หนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาสแรกปี 2569 อยู่ที่ 16.41 ล้านล้านบาท คิดเป็น 85.9% ของ GDP
  • ✓ มีเพียง 15% ของลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ
  • ✓ ปัญหาหลักคือมาตรการแบบเหมารวมไม่ตรงกับสาเหตุของปัญหาหนี้ที่แตกต่างกันในแต่ละคน
  • ✓ สศช. แนะนำให้เปลี่ยนไปฟื้นฟูลูกหนี้เป็นรายบุคคลตามความสามารถชำระหนี้จริง
  • ✓ ListenAI จาก QuestionPro ช่วยให้สัมภาษณ์เชิงลึกลูกหนี้จำนวนมากพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Content Index hide
1. ตัวเลขหนี้ครัวเรือนไทยล่าสุดเป็นอย่างไร
2. มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ทำไมถึงได้ผลกับคนแค่ 15%
3. ทำไมมาตรการแบบเหมารวมจึงล้มเหลวซ้ำซาก
4. ภาครัฐเองก็เริ่มยอมรับว่าต้องเปลี่ยนแนวทาง
5. ListenAI: ฟื้นฟูลูกหนี้เป็นรายบุคคลได้ในขนาดใหญ่
6. จากข้อมูลรายบุคคล สู่แผนฟื้นฟูที่ตรงจุด
7. ข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา
8. หน่วยงานกลุ่มไหนควรนำแนวทางนี้ไปใช้บ้าง
9. สรุป: ฟื้นฟูหนี้ให้ยั่งยืน ต้องเริ่มจากการฟังลูกหนี้เป็นรายคน

ตัวเลขหนี้ครัวเรือนไทยล่าสุดเป็นอย่างไร

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เปิดเผยรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปี 2569 เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ว่าหนี้ครัวเรือนในไตรมาสแรกมีมูลค่า 16.41 ล้านล้านบาท ขยายตัว 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP จะลดลงมาอยู่ที่ 85.9% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยขยายตัวเร่งขึ้น แต่ตัวเลขหนี้เสีย (NPLs) จากข้อมูลเครดิตบูโรยังคงอยู่ที่ 1.25 ล้านล้านบาท คิดเป็น 9.20% ของสินเชื่อรวม

ตัวเลขที่น่ากังวลกว่านั้นคือสัดส่วนสินเชื่อที่ค้างชำระระหว่าง 31-90 วัน หรือที่เรียกว่า SMLs ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าหนี้กลุ่มนี้มีความเสี่ยงจะกลายเป็นหนี้เสียในระยะต่อไป แม้ตัวเลข NPLs ปัจจุบันจะดูเหมือนปรับตัวลดลงก็ตาม

ลองคิดดูแบบนี้: GDP ของไทยในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 19 ล้านล้านบาท หนี้ครัวเรือน 16.41 ล้านล้านบาทจึงเทียบได้กับเกือบทั้งหมดของเศรษฐกิจที่ผลิตออกมาในหนึ่งปี นี่คือภาระที่ต้องแก้ไข ไม่ใช่เพียงตัวเลขที่ต้องจับตา

85.9%

สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยในไตรมาส 1 ปี 2569 ถือเป็นหนึ่งในระดับสูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

แหล่งที่มา: สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.), สิงหาคม 2569

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ทำไมถึงได้ผลกับคนแค่ 15%

ตัวเลขที่สะท้อนปัญหาชัดเจนที่สุดมาจากรายงานของ SCB EIC ที่พบว่ามีเพียง 15.0% ของลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐเท่านั้นที่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ ขณะที่อีก 85.0% ยังคงประสบปัญหาในการชำระหนี้อยู่เหมือนเดิม ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการช่วยเหลือในรูปแบบมาตรการทั่วไปที่ใช้กับลูกหนี้ทุกคนเหมือนกันหมด อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ลูกหนี้กลับมามีความสามารถในการชำระหนี้ได้อย่างยั่งยืน

ปัญหาสำคัญคือ ลูกหนี้แต่ละคนมีสาเหตุของปัญหาหนี้สินที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง บางคนมีปัญหาจากรายได้ที่ลดลงเนื่องจากตกงานหรือธุรกิจซบเซา บางคนมีปัญหาจากภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่ไม่คาดคิด และบางคนมีปัญหาจากการก่อหนี้ซ้อนหลายบัญชีพร้อมกัน

ข้อมูลจาก สศช. เองยังชี้ให้เห็นความเสี่ยงเพิ่มเติมว่า ผู้กู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยหนึ่งคนมีบัญชีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเปิดใหม่เฉลี่ยมากกว่า 1 บัญชี สะท้อนว่าผู้กู้บางส่วนอาจขอสินเชื่อซื้อที่อยู่อาศัยหลายหน่วยในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ในอนาคต เมื่อสาเหตุของปัญหาแตกต่างกันมากขนาดนี้ มาตรการช่วยเหลือแบบเหมารวมที่ใช้เงื่อนไขเดียวกับทุกคนจึงมีโอกาสสูงที่จะไม่ตรงจุดกับลูกหนี้ส่วนใหญ่

9.20%

สัดส่วนหนี้เสีย (NPLs) ต่อสินเชื่อรวมจากข้อมูลเครดิตบูโร ไตรมาส 1 ปี 2569 คิดเป็นมูลค่า 1.25 ล้านล้านบาท

แหล่งที่มา: เครดิตบูโร / สศช., สิงหาคม 2569

ทำไมมาตรการแบบเหมารวมจึงล้มเหลวซ้ำซาก

ปัญหาจริงๆ คือ: มาตรการช่วยเหลือส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาจากมุมมองของผู้ให้สินเชื่อ ไม่ใช่จากมุมมองของลูกหนี้ เงื่อนไขการพักชำระหนี้ การลดดอกเบี้ยชั่วคราว หรือการยืดระยะเวลาชำระ ล้วนเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่ทั้งหมดนี้แก้ที่อาการ ไม่ใช่สาเหตุ

ลองพิจารณาสถานการณ์สองแบบนี้: ลูกหนี้คนแรกมีปัญหาเพราะตกงานชั่วคราวและกำลังหางานใหม่ ลูกหนี้คนที่สองมีปัญหาเพราะรายได้หลักจากธุรกิจส่วนตัวลดลงถาวรหลังพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทั้งสองคนได้รับมาตรการพักชำระหนี้เหมือนกัน แต่เมื่อสิ้นสุดช่วงพักชำระ ลูกหนี้คนแรกอาจฟื้นตัวได้ ขณะที่คนที่สองยังคงอยู่ในสถานการณ์เดิม หรือแย่กว่าเดิมเพราะดอกเบี้ยสะสม

นี่คือหัวใจของปัญหา: ความแตกต่างระหว่างลูกหนี้แต่ละคนนั้นสำคัญมาก แต่ระบบที่มีอยู่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับรู้ความแตกต่างนั้น ส่งผลให้มาตรการที่ดูดีบนกระดาษกลายเป็นตัวเลขที่น่าผิดหวังในความเป็นจริง

4 สาเหตุหลักของหนี้ครัวเรือนไทยที่ต้องการแนวทางแก้ไขต่างกัน

1

รายได้ลดลงชั่วคราว

ตกงาน / หยุดงานชั่วคราว มักฟื้นตัวได้เองเมื่อมีงานใหม่ ต้องการมาตรการพักชำระระยะสั้น

2

รายได้ลดลงถาวร

ธุรกิจซบเซาถาวร รายได้ไม่กลับสู่ระดับเดิม ต้องการปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาว

3

ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน

ค่ารักษาพยาบาล ซ่อมบ้าน หรือภัยพิบัติ รายได้คงเดิมแต่มีภาระพิเศษ

4

หนี้ซ้อนหลายบัญชี

กู้หลายแหล่งพร้อมกัน ภาระรวมสูงเกินรายได้ ต้องการจัดการหนี้แบบองค์รวม

ภาครัฐเองก็เริ่มยอมรับว่าต้องเปลี่ยนแนวทาง

สิ่งที่น่าสนใจคือ สศช. เองระบุในรายงานฉบับเดียวกันว่าควรปรับแนวทางจากการช่วยเหลือในลักษณะมาตรการทั่วไป ไปสู่การฟื้นฟูลูกหนี้เป็นรายบุคคล โดยพิจารณาตามความสามารถในการชำระหนี้และสถานะทางการเงินของแต่ละราย เพื่อให้การแก้ไขปัญหาหนี้มีความตรงจุดและยั่งยืนมากขึ้น

รายงานยังยกตัวอย่างแนวทางจากเกาหลีใต้ ซึ่งดำเนินมาตรการฟื้นฟูลูกหนี้โดยคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ของแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ ไม่ใช่ใช้เงื่อนไขมาตรฐานเดียวกับทุกราย ซึ่งเป็นแนวทางที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในระยะยาว

แล้วมีอะไรอีก — คำถามที่ตามมาทันทีคือ หากต้องฟื้นฟูลูกหนี้เป็นรายบุคคลจริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำอย่างไรให้ครอบคลุมลูกหนี้จำนวนมหาศาลได้ในเวลาอันจำกัด เพราะการนัดสัมภาษณ์ลูกหนี้ทีละคนแบบดั้งเดิมย่อมใช้เวลาและทรัพยากรมากเกินกว่าจะทำได้ในระดับประเทศ

“การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยั่งยืนต้องอาศัยการเข้าใจสถานการณ์ทางการเงินของลูกหนี้แต่ละคนอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่การใช้มาตรการเดียวสำหรับทุกคน”

— รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปี 2569, สศช.

ListenAI: ฟื้นฟูลูกหนี้เป็นรายบุคคลได้ในขนาดใหญ่

นี่คือจุดที่ ListenAI จาก QuestionPro เข้ามาตอบโจทย์ได้ตรงที่สุด ListenAI เป็นแพลตฟอร์มสัมภาษณ์ที่ดำเนินการด้วย AI ซึ่งสามารถสัมภาษณ์เชิงลึกลูกหนี้จำนวนมากพร้อมกันได้ในระดับที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้ทันเวลา โดยยังคงรักษาความลึกของการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวไว้ได้

หน่วยงานการเงินหรือสถาบันที่ดูแลลูกหนี้สามารถตั้งค่าให้ ListenAI สัมภาษณ์ลูกหนี้แต่ละคนด้วยคำถามที่ปรับตามสถานการณ์ เช่น อะไรคือสาเหตุหลักที่ทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด รายได้ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากตอนที่กู้ยืมอย่างไร และมีภาระค่าใช้จ่ายใดที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นระหว่างทาง

ระบบจะฟังคำตอบของลูกหนี้แต่ละคนแล้วถามคำถามต่อยอดที่เหมาะสมกับสถานการณ์เฉพาะของคนนั้น เช่น หากลูกหนี้ตอบว่ารายได้ลดลงเพราะธุรกิจซบเซา ระบบจะถามต่อทันทีว่าธุรกิจประเภทใด และคาดว่าจะฟื้นตัวได้เมื่อไร ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการออกแบบแผนฟื้นฟูที่เหมาะกับแต่ละคน

การให้ลูกหนี้พูดคุยกับ AI แทนเจ้าหน้าที่โดยตรงยังช่วยลดความรู้สึกกดดันหรืออับอายที่มักเกิดขึ้นเมื่อต้องเล่าปัญหาการเงินส่วนตัวให้คนแปลกหน้าฟัง ทำให้ได้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมามากกว่า ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับหัวข้อที่ละเอียดอ่อนอย่างสถานะทางการเงิน

จากข้อมูลรายบุคคล สู่แผนฟื้นฟูที่ตรงจุด

เมื่อรวบรวมบทสัมภาษณ์จากลูกหนี้จำนวนมากแล้ว ระบบจะสรุปกลุ่มสาเหตุของปัญหาหนี้สินที่พบบ่อยที่สุดพร้อมคำพูดเด่นที่ยกตัวอย่างแต่ละกลุ่มได้ชัดเจน ทำให้สถาบันการเงินหรือหน่วยงานภาครัฐเห็นภาพรวมได้ทันที

ข้อมูลระดับนี้ช่วยให้การออกแบบมาตรการฟื้นฟูสามารถแยกกลุ่มลูกหนี้ได้แม่นยำขึ้น แทนการใช้เงื่อนไขเดียวกับทุกคนเหมือนมาตรการที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น กลุ่มที่มีปัญหาจากรายได้หายไปชั่วคราวอาจได้รับมาตรการพักชำระหนี้ระยะสั้น ขณะที่กลุ่มที่มีหนี้ซ้อนหลายบัญชีอาจต้องการโปรแกรมรวมหนี้และให้คำปรึกษาการเงิน

สิ่งที่สำคัญคือ แนวทางนี้สอดคล้องโดยตรงกับสิ่งที่ สศช. เสนอไว้ในรายงาน นั่นคือการฟื้นฟูลูกหนี้เป็นรายบุคคลตามความสามารถในการชำระหนี้ที่แท้จริงของแต่ละคน ไม่ใช่การสมมติว่าทุกคนมีปัญหาเหมือนกัน

ประเด็นเปรียบเทียบ แนวทางดั้งเดิม ListenAI
การเก็บข้อมูลลูกหนี้ แบบฟอร์มมาตรฐาน คำถามเดิมทุกคน สัมภาษณ์ต่อยอดตามสถานการณ์แต่ละคน
ความสามารถในการขยายขนาด จำกัดตามจำนวนเจ้าหน้าที่ สัมภาษณ์พร้อมกันได้หลายพันคน
ความลึกของข้อมูล ผิวเผิน ได้ข้อมูลพื้นฐาน ลึกถึงสาเหตุจริง ความรู้สึก และบริบท
ความเปิดเผยของลูกหนี้ อาจปิดบังเพราะรู้สึกอับอาย เปิดเผยมากกว่าเพราะพูดกับ AI
การออกแบบมาตรการ เหมารวม เงื่อนไขเดียวทุกคน แบ่งกลุ่มตามสาเหตุจริง ตรงจุดกว่า

ข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา

การนำ ListenAI มาใช้ในบริบทหนี้ครัวเรือนมีประโยชน์ชัดเจน แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา

ประการแรก คือความพร้อมด้านดิจิทัลของลูกหนี้: ลูกหนี้บางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล อาจไม่คุ้นเคยกับการสัมภาษณ์แบบดิจิทัล จำเป็นต้องมีช่องทางเสริม เช่น การสัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์หรือแบบ face-to-face สำหรับกลุ่มนี้

ประการที่สอง คือความถูกต้องของข้อมูล: แม้ ListenAI จะช่วยให้ลูกหนี้เปิดเผยข้อมูลมากขึ้น แต่ข้อมูลที่ได้ยังคงเป็นข้อมูลที่ลูกหนี้เลือกที่จะเปิดเผย การนำไปใช้ควรประกอบกับข้อมูลเชิงปริมาณจากระบบสินเชื่อด้วย

ประการที่สาม คือความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล: การสัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานะทางการเงินเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อน หน่วยงานที่นำ ListenAI ไปใช้ต้องมีมาตรฐานการจัดเก็บและใช้ข้อมูลที่เป็นไปตามกฎหมาย PDPA ของไทยอย่างเคร่งครัด

หน่วยงานกลุ่มไหนควรนำแนวทางนี้ไปใช้บ้าง

  • สถาบันการเงินและธนาคาร: ใช้ ListenAI สัมภาษณ์ลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ เพื่อออกแบบแผนปรับโครงสร้างหนี้ที่ตรงกับความสามารถในการชำระหนี้จริงของแต่ละคน แทนเงื่อนไขมาตรฐานเดียว ซึ่งอาจช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จจาก 15% ให้สูงขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • หน่วยงานภาครัฐด้านการเงินและเศรษฐกิจ: ใช้ข้อมูลเชิงลึกจากลูกหนี้จำนวนมากออกแบบนโยบายฟื้นฟูหนี้ครัวเรือนระดับประเทศให้สอดคล้องกับสาเหตุที่แท้จริง แทนมาตรการแบบเหมารวมที่ผ่านมา
  • บริษัทที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล: ใช้ ListenAI เข้าใจสถานการณ์ของลูกค้าแต่ละรายก่อนให้คำแนะนำทางการเงิน เพื่อความแม่นยำมากกว่าการใช้แบบฟอร์มมาตรฐาน
  • นักวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์ครัวเรือน: ใช้ข้อมูลเชิงคุณภาพจากลูกหนี้จำนวนมากศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสาเหตุของหนี้กับความสำเร็จของมาตรการฟื้นฟูในระยะยาว

ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า ListenAI ไม่ใช่แค่เครื่องมือเก็บข้อมูล แต่คือโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้นโยบายฟื้นฟูหนี้ครัวเรือนเปลี่ยนจากการเดาใจลูกหนี้ มาเป็นการตัดสินใจที่มีข้อมูลรองรับจริง

สรุป: ฟื้นฟูหนี้ให้ยั่งยืน ต้องเริ่มจากการฟังลูกหนี้เป็นรายคน

ตัวเลขที่ชี้ว่ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ได้ผลกับคนเพียง 15% สะท้อนว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนไทย 16.41 ล้านล้านบาท ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยมาตรการแบบเหมารวมอีกต่อไป แม้แต่ สศช. เองก็ยอมรับว่าต้องปรับไปสู่การฟื้นฟูรายบุคคล ซึ่งเป็นแนวทางที่ต้องอาศัยความเข้าใจสาเหตุของลูกหนี้แต่ละคนอย่างลึกซึ้ง

ListenAI จาก QuestionPro ช่วยให้สถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสัมภาษณ์เชิงลึกลูกหนี้จำนวนมากพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลแบบการสัมภาษณ์ตัวต่อตัวแบบดั้งเดิม และได้ข้อมูลที่นำไปออกแบบแผนฟื้นฟูที่ตรงจุดกับแต่ละคนได้จริง อยากรู้ว่า ListenAI จาก QuestionPro จะช่วยองค์กรของคุณฟื้นฟูลูกหนี้ได้อย่างไร ติดต่อทีมงานของเราได้เลยวันนี้

Create memorable experiences based on real-time data, insights and advanced analysis. Request Demo

หนี้ครัวเรือนไทยปี 2569 อยู่ที่เท่าไร และคิดเป็นสัดส่วนเท่าใดของ GDP?

ตามรายงานของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยในเดือนสิงหาคม 2569 หนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาสแรกของปี 2569 อยู่ที่ 16.41 ล้านล้านบาท ขยายตัว 0.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน คิดเป็นสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ที่ 85.9% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน

ทำไมมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ถึงได้ผลกับลูกหนี้เพียง 15% เท่านั้น?

รายงานจาก SCB EIC ชี้ให้เห็นว่ามาตรการช่วยเหลือแบบเหมารวมไม่ได้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองสาเหตุของปัญหาหนี้ที่แตกต่างกันในแต่ละคน ลูกหนี้บางคนมีปัญหาจากรายได้ที่ลดลงชั่วคราว บางคนมีปัญหาหนี้ซ้อนหลายบัญชี และบางคนมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่ไม่คาดคิด การใช้เงื่อนไขเดียวกับทุกคนจึงทำให้ความช่วยเหลือไม่ตรงจุดในกรณีส่วนใหญ่

สศช. แนะนำแนวทางใดในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน?

สศช. ระบุในรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปี 2569 ว่าควรปรับจากการใช้มาตรการทั่วไปไปสู่การฟื้นฟูลูกหนี้เป็นรายบุคคล โดยพิจารณาตามความสามารถในการชำระหนี้และสถานะทางการเงินของแต่ละราย พร้อมยกตัวอย่างแนวทางจากเกาหลีใต้ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในระยะยาว

ListenAI จาก QuestionPro ช่วยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนได้อย่างไร?

ListenAI เป็นแพลตฟอร์มสัมภาษณ์ด้วย AI ที่สามารถสัมภาษณ์เชิงลึกลูกหนี้จำนวนมากพร้อมกันได้ ระบบจะถามคำถามต่อยอดตามสถานการณ์ของแต่ละคน รวบรวมข้อมูลสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาหนี้ และสรุปเป็นกลุ่มเพื่อช่วยให้สถาบันการเงินหรือหน่วยงานภาครัฐออกแบบมาตรการฟื้นฟูที่ตรงจุดกับแต่ละกลุ่มลูกหนี้ได้

หน่วยงานใดบ้างที่ควรนำ ListenAI ไปใช้ในการจัดการปัญหาหนี้ครัวเรือน?

หน่วยงานที่ได้ประโยชน์มากที่สุดจาก ListenAI ในบริบทหนี้ครัวเรือน ได้แก่ สถาบันการเงินและธนาคารที่ดูแลลูกหนี้จำนวนมาก หน่วยงานภาครัฐด้านการเงินที่ออกแบบนโยบายฟื้นฟูหนี้ระดับประเทศ บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน และนักวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์ครัวเรือนที่ต้องการข้อมูลเชิงคุณภาพเชิงลึก

SHARE THIS ARTICLE:

About the author
Fresh Amphawanwong

View all posts by Fresh Amphawanwong

Primary Sidebar

Gain insights with 80+ features for free

Create, Send and Analyze Your Online Survey in under 5 mins!

Create a Free Account

RELATED ARTICLES

HubSpot - QuestionPro Integration

Quiet Quitting คืออะไร: ทำไมพนักงานเลือก "ทำงานแค่พอผ่าน" และองค์กรจะรู้สาเหตุจริงได้อย่างไร

Aug 24,2026

HubSpot - QuestionPro Integration

วัฒนธรรมการสํารวจความปลอดภัย: มันคืออะไรส่วนประกอบ + การประเมิน

Jan 15,2024

HubSpot - QuestionPro Integration

ทางเลือกและคู่แข่ง Dynata 10 อันดับแรก

May 27,2024

BROWSE BY CATEGORY

Footer

MORE LIKE THIS

VAT ขึ้นเป็น 10% ตุลาคม 2569: คนไทยกังวลอะไร และหน่วยงานจะฟังให้ทันได้อย่างไร

ก.ย. 14, 2026

น้ำท่วมภาคเหนือ 2569: เมื่อข้อความขอความช่วยเหลือหลั่งไหลพร้อมกัน หน่วยงานจะจัดลำดับความสำคัญได้อย่างไร

ก.ย. 14, 2026

หนี้ครัวเรือนไทย 16.41 ล้านล้านบาท: ทำไมมาตรการช่วยเหลือถึงได้ผลแค่ 15%

ก.ย. 14, 2026

Survey Agent สร้างแบบสำรวจอัตโนมัติด้วย AI จากพรอมต์เดียว

ก.ย. 14, 2026

Other categories

questionpro-logo-nw
Help center Live Chat SIGN UP FREE
  • Sample questions
  • Sample reports
  • Survey logic
  • Branding
  • Integrations
  • Professional services
  • Security
  • Survey Software
  • Customer Experience
  • Workforce
  • Communities
  • Audience
  • Polls Explore the QuestionPro Poll Software - The World's leading Online Poll Maker & Creator. Create online polls, distribute them using email and multiple other options and start analyzing poll results.
  • Research Edition
  • LivePolls
  • InsightsHub
  • Blog
  • Articles
  • eBooks
  • Survey Templates
  • Case Studies
  • Training
  • Webinars
  • All Plans
  • Nonprofit
  • Academic
  • Qualtrics Alternative Explore the list of features that QuestionPro has compared to Qualtrics and learn how you can get more, for less.
  • SurveyMonkey Alternative
  • VisionCritical Alternative
  • Medallia Alternative
  • Likert Scale Complete Likert Scale Questions, Examples and Surveys for 5, 7 and 9 point scales. Learn everything about Likert Scale with corresponding example for each question and survey demonstrations.
  • Conjoint Analysis
  • Net Promoter Score (NPS) Learn everything about Net Promoter Score (NPS) and the Net Promoter Question. Get a clear view on the universal Net Promoter Score Formula, how to undertake Net Promoter Score Calculation followed by a simple Net Promoter Score Example.
  • Offline Surveys
  • Customer Satisfaction Surveys
  • Employee Survey Software Employee survey software & tool to create, send and analyze employee surveys. Get real-time analysis for employee satisfaction, engagement, work culture and map your employee experience from onboarding to exit!
  • Market Research Survey Software Real-time, automated and advanced market research survey software & tool to create surveys, collect data and analyze results for actionable market insights.
  • GDPR & EU Compliance
  • Employee Experience
  • Customer Journey
  • Synthetic Data
  • About us
  • Executive Team
  • In the news
  • Testimonials
  • Advisory Board
  • Careers
  • Brand
  • Media Kit
  • Contact Us

QuestionPro in your language

  • ไทย
  • English (อังกฤษ)
  • Español (สเปน)
  • Português (โปรตุเกสบราซิล)
  • Nederlands (ดัตช์)
  • العربية (อารบิก)
  • Français (ฝรั่งเศส)
  • Italiano (อิตาลี)
  • 日本語 (ญี่ปุ่น)
  • Türkçe (ตุรกี)
  • Svenska (สวีเดน)
  • Hebrew IL
  • Deutsch (เยอรมัน)
  • Portuguese de Portugal (โปรตุเกสจากโปรตุเกส)
  • Español / España (สเปน / Spain)

Awards & certificates

  • survey-leader-asia-leader-2023
  • survey-leader-asiapacific-leader-2023
  • survey-leader-enterprise-leader-2023
  • survey-leader-europe-leader-2023
  • survey-leader-latinamerica-leader-2023
  • survey-leader-leader-2023
  • survey-leader-middleeast-leader-2023
  • survey-leader-mid-market-leader-2023
  • survey-leader-small-business-leader-2023
  • survey-leader-unitedkingdom-leader-2023
  • survey-momentumleader-leader-2023
  • bbb-acredited
The Experience Journal

Find innovative ideas about Experience Management from the experts

  • © 2022 QuestionPro Survey Software | +1 (800) 531 0228
  • Sitemap
  • Privacy Statement
  • Terms of Use