
คนโสด 2569 ในประเทศไทยไม่ใช่ปรากฏการณ์ชั่วคราวที่รอให้ผ่านไป เมื่อตัวเลขล่าสุดจากกรมการปกครองระบุว่าสัดส่วนคนโสดพุ่งแตะ 39.4% แซงหน้าสัดส่วนคนที่แต่งงานแล้วเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ นี่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างสังคมที่ส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมผู้บริโภค กำลังซื้อ และโอกาสทางธุรกิจที่หลายแบรนด์ยังไม่ทันตั้งรับ
บทความนี้จะพาไปดูตัวเลขล่าสุด เจาะสาเหตุที่แท้จริงเบื้องหลังการตัดสินใจของคนรุ่นใหม่ และแนะนำวิธีที่ธุรกิจสามารถใช้ข้อมูล Consumer Survey เพื่อเข้าใจกลุ่มลูกค้าโสดอย่างแม่นยำ แทนการวางกลยุทธ์จากสมมติฐานที่ไม่มีข้อมูลรองรับ
สถิติคนโสดไทยปี 2569: ตัวเลขที่พลิกทุกสมมติฐาน
ข้อมูลล่าสุดระบุว่าคนไทยครองตัวเป็นโสดสูงถึงร้อยละ 39.4 แซงหน้าสัดส่วนคนที่จดทะเบียนสมรสแล้วเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกัน การจดทะเบียนสมรสในไทยลดลงต่อเนื่อง จากเดิมปีละประมาณ 300,000 คู่ เหลือเพียง 240,000 คู่ สวนทางกับการจดทะเบียนหย่าร้างที่ยังคงอยู่ในระดับสูงถึง 140,000 คู่ต่อปี สะท้อนว่าสัดส่วนของครอบครัวแบบดั้งเดิมกำลังหดตัวลงในทุกมิติ
39.4%
ของประชากรไทยมีสถานะโสด แซงหน้าสัดส่วนคนที่แต่งงานแล้วเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ
แหล่งข้อมูล: กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, 2569
อายุเฉลี่ยของการแต่งงานครั้งแรกก็ขยับขึ้นอย่างชัดเจน จากราว 24 ปีในอดีต มาเป็นใกล้ 30 ปีในปัจจุบัน และยิ่งระดับการศึกษาสูงขึ้นเท่าไร สัดส่วนการแต่งงานก็ยิ่งลดลงเท่านั้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและอาชีพมากขึ้น ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในไทย แต่เป็นแนวโน้มที่พบในหลายประเทศเอเชีย เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ที่อัตราการแต่งงานลดลงสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้เฉลี่ยและการศึกษาในระดับสูงของผู้หญิง
สิ่งที่น่าสังเกตมากกว่าตัวเลขคือ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนไทยหาคู่ไม่เจอ แต่เพราะคนจำนวนมากขึ้นเลือกที่จะไม่แสวงหาความสัมพันธ์อย่างจริงจังในช่วงเวลานั้นของชีวิต และนั่นคือความแตกต่างที่ธุรกิจส่วนใหญ่ยังตีความไม่ออก
ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงเลือกชีวิตโสด
สาเหตุที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องเดียว แต่เป็นการผสมผสานระหว่างปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และค่านิยมที่เปลี่ยนไปพร้อมกัน ค่าครองชีพที่สูงขึ้นโดยเฉพาะในเขตเมือง ทำให้หลายคนรู้สึกว่าตนเองยังไม่มีความพร้อมทางการเงินที่จะมีครอบครัว ในขณะที่ค่าแรงและรายได้ที่แท้จริงไม่ได้ปรับขึ้นตามภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
5 ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนกระแสคนโสดไทย 2569
ค่าครองชีพสูง ไม่มีความพร้อมทางการเงิน
ราคาอสังหาริมทรัพย์ ค่าเลี้ยงดูบุตร และค่าใช้จ่ายรายวันสูงกว่ารายได้ที่เติบโตขึ้น ทำให้การมีครอบครัวรู้สึกเป็นความเสี่ยงทางการเงินมากกว่าเป้าหมายชีวิต
ความไม่เท่าเทียมทางเพศในบทบาทครัวเรือน
ผู้หญิงรู้สึกว่าการมีคู่ครองเพิ่มภาระงานบ้านและดูแลครอบครัว โดยที่โอกาสด้านอาชีพและเวลาส่วนตัวลดลงอย่างไม่เป็นธรรม
ระดับการศึกษาสูงขึ้นในกลุ่มผู้หญิง
ยิ่งการศึกษาสูง ยิ่งมีความเป็นอิสระทางเศรษฐกิจและสังคม ทำให้ตัวเลือก “โสด” มีน้ำหนักและความชอบธรรมมากขึ้น
ค่านิยม Self-love และ Me time จากโซเชียลมีเดีย
คอนเทนต์ชีวิตโสดที่ดูสนุก อิสระ และมีคุณภาพเสริมแรงให้การตัดสินใจอยู่คนเดียวมีความชอบธรรมทางสังคมมากกว่าแต่ก่อน
ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและกลัวภาระระยะยาว
ในยุคที่งานและรายได้ไม่มั่นคง การเพิ่มภาระครอบครัวถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้ มากกว่าเป็นสิ่งที่ควรรีบทำ
ปัจจัยสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือความไม่เท่าเทียมทางเพศในบทบาทครัวเรือน: ผู้หญิงจำนวนมากรู้สึกว่าการมีคู่ครองหมายถึงการรับภาระดูแลบ้านและครอบครัวเพิ่มขึ้น ในขณะที่โอกาสด้านอาชีพและคุณภาพชีวิตส่วนตัวอาจลดลงตามไปด้วย เมื่อต้นทุนของการมีความสัมพันธ์สูงกว่าประโยชน์ที่ได้รับ การเลือกโสดจึงเป็นการตัดสินใจที่มีเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ ไม่ใช่ความล้มเหลวหรือความผิดปกติ
Solo Economy คืออะไร และโอกาสธุรกิจอยู่ตรงไหน
“Solo Economy” หมายถึงระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยความต้องการของคนที่ใช้ชีวิตเดียว ครัวเรือนเดียว และตัดสินใจซื้อด้วยตนเองโดยไม่ต้องคำนึงถึงความต้องการของคนอื่น กลุ่มนี้มักมีกำลังซื้อที่น่าสนใจ เพราะรายได้ไม่ต้องแบ่งปันกับคู่ครองหรือบุตร ทำให้มีงบประมาณใช้จ่ายกับตัวเองได้มากกว่าในหลายหมวดสินค้า เช่น การท่องเที่ยว อาหาร ฟิตเนส การดูแลตัวเอง และเทคโนโลยี
1 ใน 3
ของครัวเรือนทั่วโลกคาดว่าจะเป็นครัวเรือนคนเดียวภายในปี 2573 ซึ่งถือเป็นโครงสร้างครัวเรือนที่เติบโตเร็วที่สุดในทุกประเภท
แหล่งข้อมูล: Euromonitor International, Global Consumer Trends, 2024
พฤติกรรมการซื้อของกลุ่มนี้แตกต่างจากครอบครัวอย่างชัดเจน: นิยมซื้อสินค้าแพ็กเกจขนาดเล็ก จองที่พักสำหรับหนึ่งคน เลือกบริการที่ตอบสนองความต้องการรายบุคคลมากกว่าแบบหมู่คณะ และให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากกว่าการสะสมทรัพย์สิน ปัญหาคือธุรกิจจำนวนมากยังออกแบบสินค้าและสื่อสารการตลาดโดยมีภาพ “ครอบครัว” หรือ “คู่รัก” เป็นศูนย์กลาง ซึ่งทำให้กลุ่มคนโสดรู้สึกว่าแบรนด์ไม่ได้พูดถึงพวกเขาจริงๆ
นั่นคือโอกาสที่แบรนด์ซึ่งเข้าใจกลุ่มนี้ก่อนคู่แข่งสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับตลาดที่กำลังเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่เส้นทางนั้นเริ่มจากการมีข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่การเดาจากภาพจำเดิม
ธุรกิจจะเข้าใจกลุ่มคนโสดได้อย่างไรโดยไม่เดา
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการมองคนโสดเป็นกลุ่มเดียวกัน ทั้งที่ในความเป็นจริงกลุ่มนี้มีความหลากหลายสูงมาก บางคนโสดเพราะเลือกโดยสมัครใจระยะยาว บางคนโสดชั่วคราวเพราะยังหาคู่ที่ใช่ไม่พบ และบางคนโสดเพราะข้อจำกัดทางเศรษฐกิจที่ทำให้ยังไม่รู้สึกพร้อม แต่ละกลุ่มมีแรงจูงใจ ความกังวล และพฤติกรรมการซื้อที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
| กลุ่มคนโสด | ลักษณะ | พฤติกรรมการซื้อ | สินค้าที่ตอบโจทย์ |
|---|---|---|---|
| โสดโดยสมัครใจ | เลือกใช้ชีวิตคนเดียวระยะยาว มีความพึงพอใจสูง | ลงทุนกับตัวเอง ท่องเที่ยว ประสบการณ์ระดับ Premium | Solo travel, Self-care, การเงินส่วนบุคคล |
| โสดชั่วคราว | เปิดรับความสัมพันธ์แต่ไม่รีบ กำลังค้นหาตัวเอง | ใช้ Dating App ลงทุนด้านบุคลิกภาพและภาพลักษณ์ | แอปหาคู่, คอร์สพัฒนาตัวเอง, แฟชั่น |
| โสดเพราะเศรษฐกิจ | อยากมีความสัมพันธ์แต่รู้สึกว่ายังไม่พร้อมทางการเงิน | ระมัดระวังการใช้จ่าย เน้นคุณค่าต่อราคา | สินค้า Value for money, ฟินเทค, ประกันชีวิต |
วิธีที่แม่นยำกว่าคือการถามโดยตรงผ่าน Consumer Insight Survey ที่เจาะลึกแรงจูงใจเบื้องหลังการเลือกใช้ชีวิตโสด รูปแบบการใช้จ่าย และสิ่งที่กลุ่มนี้คาดหวังจากแบรนด์ในชีวิตประจำวัน การตลาดที่อิงจากสมมติฐานเดิมอาจทำให้แบรนด์พลาดโอกาสสร้างสินค้าและบริการที่ตรงใจกลุ่มนี้จริงๆ
“การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างครัวเรือนเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่ธุรกิจมองข้ามมากที่สุด ทั้งที่มันกำลังกำหนดอนาคตของพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลก”
— Euromonitor International, Global Consumer Trends Report, 2024
ข้อมูลเชิงลึกจาก Consumer Survey ช่วยให้ธุรกิจแบ่งกลุ่มคนโสดออกเป็นกลุ่มย่อยที่มีความหมายได้ แทนการมองว่าทุกคนในกลุ่มนี้ต้องการสิ่งเดียวกัน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของกลยุทธ์ที่ได้ผลจริง
QuestionPro ช่วยเจาะ Insight กลุ่มคนโสดได้อย่างไร
ธุรกิจที่อยากเข้าใจกลุ่มคนโสดอย่างแม่นยำสามารถใช้ความสามารถของ QuestionPro ได้ในหลายรูปแบบ ตั้งแต่การเข้าถึงกลุ่มตัวอย่างที่ถูกต้อง ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อนในเวลาอันสั้น
เข้าถึงกลุ่มตัวอย่างเฉพาะทางผ่าน QuestionPro Audience
สำหรับแบรนด์ที่ไม่มีฐานลูกค้าคนโสดอยู่แล้ว QuestionPro มีฐานผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 22 ล้านคนทั่วโลก พร้อมจุดข้อมูลโปรไฟล์กว่า 300 รายการที่ช่วยคัดกรองกลุ่มเป้าหมายตามสถานภาพโสด ช่วงอายุ ระดับรายได้ และไลฟ์สไตล์ได้ตรงจุด ทำให้ผลสำรวจสะท้อนกลุ่มที่ต้องการจริงๆ ไม่ใช่ตัวอย่างสะดวกที่อาจให้ภาพที่คลาดเคลื่อน
สร้าง Brand Tracking Survey เพื่อติดตามทัศนคติต่อเนื่อง
สำหรับแบรนด์ที่ต้องการติดตามพฤติกรรมและทัศนคติของกลุ่มคนโสดเป็นระยะ QuestionPro รองรับการทำ Brand Tracking Survey ที่ส่งแบบสำรวจชุดเดิมซ้ำเป็นรอบๆ เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงของทัศนคติเมื่อเวลาผ่านไป ช่วยให้เห็นว่าแคมเปญการตลาดที่ทำไปส่งผลต่อความรู้สึกของกลุ่มเป้าหมายจริงหรือไม่ โดยไม่ต้องรอจนแคมเปญจบแล้วค่อยประเมิน
วิเคราะห์ความคิดเห็นเชิงลึกด้วย AI Sentiment Analysis
เมื่อเก็บคำตอบปลายเปิดจำนวนมาก เช่น เหตุผลที่เลือกใช้ชีวิตโสด หรือสิ่งที่ต้องการจากแบรนด์ในฐานะคนโสด ระบบวิเคราะห์ความรู้สึกด้วย AI ของ QuestionPro ช่วยจัดกลุ่มคำตอบตามแนวโน้มเชิงบวก เป็นกลาง หรือเชิงลบได้อัตโนมัติ พร้อมดึงประเด็นที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดออกมาให้ทีมการตลาดเห็นภาพรวมได้เร็ว โดยไม่ต้องอ่านคำตอบทีละคนจากผู้ตอบหลายร้อยหรือหลายพันคน
แบ่งกลุ่มลูกค้าด้วย TURF Analysis
สำหรับแบรนด์ที่มีสินค้าหลายรายการและอยากรู้ว่าชุดผลิตภัณฑ์ใดครอบคลุมความต้องการของกลุ่มคนโสดได้มากที่สุด เครื่องมือ TURF Analysis ของ QuestionPro ช่วยวิเคราะห์ว่าการรวมสินค้าแบบไหนเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างที่สุดโดยไม่ซ้ำซ้อนกัน เหมาะสำหรับการวางแผนไลน์สินค้าใหม่ที่ตรงกับพฤติกรรมของ Solo Economy
เชื่อมต่อข้อมูลกับระบบ CRM ที่ใช้อยู่แล้ว
ผลสำรวจจาก QuestionPro สามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มที่ธุรกิจใช้งานอยู่แล้ว เช่น Salesforce หรือ Tableau ทำให้ทีมการตลาดนำ Insight ไปผสมกับข้อมูลพฤติกรรมการซื้อจริงที่มีอยู่ในระบบได้ทันที แทนการเก็บข้อมูลแยกส่วนที่ไม่เชื่อมโยงกันและใช้งานได้ยากในทางปฏิบัติ
66%
ของผู้บริโภคทั่วโลกบอกว่าต้องการให้แบรนด์เข้าใจความต้องการเฉพาะของพวกเขา ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ
แหล่งข้อมูล: Salesforce, State of the Connected Customer, 2023
ข้อจำกัดที่ต้องระวัง: เมื่อ Solo Economy ไม่ง่ายอย่างที่คิด
แม้โอกาสจะน่าสนใจ แต่การทำวิจัยและวางกลยุทธ์สำหรับกลุ่มคนโสดก็มีข้อจำกัดที่ต้องระวัง ข้อแรกคือ ความอ่อนไหวของหัวข้อ: คำถามเกี่ยวกับสาเหตุที่เลือกโสดหรือทัศนคติต่อความสัมพันธ์เป็นประเด็นส่วนตัวที่ผู้ตอบอาจไม่ตอบตรงๆ หากแบบสอบถามไม่ออกแบบมาให้รู้สึกปลอดภัยและไม่ตัดสิน การใช้ระบบแบบสำรวจที่ไม่เปิดเผยตัวตนจะช่วยเพิ่มความตรงไปตรงมาของคำตอบได้มาก
ข้อที่สองคือ ความเปลี่ยนแปลงเร็วของทัศนคติ: กลุ่มคนโสดไม่ใช่กลุ่มที่หยุดนิ่ง คนที่โสดวันนี้อาจมีความสัมพันธ์ในอีก 6 เดือน ดังนั้น Brand Tracking ที่ทำครั้งเดียวแล้วหยุดจะให้ภาพที่ล้าสมัยได้เร็วกว่าที่คาด การออกแบบแบบสำรวจให้ติดตามต่อเนื่องจึงสำคัญกว่าการทำครั้งเดียวแล้วสรุปผลระยะยาว
ข้อที่สามคือ ความเสี่ยงในการสื่อสาร: แบรนด์ที่พยายามเจาะตลาดคนโสดอย่างตรงเกินไปอาจถูกมองว่า “ตีตรา” หรือกำลังเอาประโยชน์จากสถานะส่วนตัวของผู้บริโภค การสื่อสารที่ดีที่สุดคือการพูดถึงไลฟ์สไตล์และคุณค่าที่กลุ่มนี้ให้ความสำคัญ โดยไม่ต้องระบุว่า “สำหรับคนโสด” อย่างตรงๆ เสมอไป
ธุรกิจกลุ่มไหนควรลงมือก่อน
- แอปหาคู่และแพลตฟอร์มโซเชียล: ใช้ Consumer Survey เข้าใจว่าผู้ใช้อยากได้ฟีเจอร์แบบไหน หรือทำไมถึงเลิกใช้แอปกลางคัน เพื่อออกแบบประสบการณ์ที่ตรงใจกลุ่มคนโสดยุคใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้แอปเพื่อหาเพื่อน ไม่ใช่แค่หาคู่
- ธุรกิจ Solo Economy: เช่น ที่พักสำหรับหนึ่งคน ร้านอาหารโต๊ะเดียว หรือแพ็กเกจท่องเที่ยวคนเดียว ใช้ผลสำรวจวางแผนสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนโสดโดยเฉพาะ แทนการลดขนาดสินค้าจากรุ่นครอบครัวโดยตัดฟีเจอร์ออก
- ธุรกิจประกันและการเงินส่วนบุคคล: ใช้ Insight เรื่องความกังวลด้านความมั่นคงทางการเงินของคนโสด ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มนี้ ซึ่งมักวางแผนการเงินระยะยาวด้วยตัวคนเดียวโดยไม่มีคนช่วยแบกรับความเสี่ยง
- ธุรกิจงานแต่งงานและครอบครัว: ใช้ข้อมูลเข้าใจว่าอะไรทำให้คู่รักตัดสินใจแต่งงานช้าลงหรือไม่แต่งงานเลย เพื่อปรับกลยุทธ์การตลาดและรูปแบบบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมจริงที่เปลี่ยนไป
แต่ละกลุ่มธุรกิจมีจุดเริ่มต้นที่ต่างกัน สิ่งที่เหมือนกันคือทั้งหมดต้องการข้อมูลเชิงลึกที่มาจากผู้บริโภคกลุ่มนี้โดยตรง ไม่ใช่การเดาจากเทรนด์ในโซเชียลมีเดียที่อาจสะท้อนแค่เสียงของคนที่ดังที่สุด ไม่ใช่กลุ่มที่ใหญ่ที่สุด
สรุป: ความโสดคือสัญญาณทางธุรกิจ ไม่ใช่แค่เทรนด์สังคม
เมื่อคนโสดกลายเป็นกลุ่มประชากรส่วนใหญ่ของสังคมไทยเป็นครั้งแรก ธุรกิจที่ยังคิดแทนกลุ่มนี้โดยไม่มีข้อมูลรองรับมีความเสี่ยงสูงที่จะพลาดโอกาสทางการตลาดขนาดใหญ่ การผสมผสานเครื่องมืออย่างกลุ่มตัวอย่างเฉพาะทาง การติดตามแบรนด์อย่างต่อเนื่อง และการวิเคราะห์ความรู้สึกด้วย AI ผ่าน QuestionPro ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจแรงจูงใจที่แท้จริงของคนโสดยุคใหม่ และออกแบบกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมจริง แทนการอ้างอิงภาพจำเดิมที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงอีกต่อไป
อยากรู้ว่า QuestionPro ช่วยให้ธุรกิจของคุณเข้าใจกลุ่มลูกค้าโสดได้อย่างไร ติดต่อทีมงานของเราวันนี้เพื่อเริ่มต้นออกแบบ Consumer Survey ที่ตรงกับเป้าหมายธุรกิจของคุณได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
ข้อมูลจากกรมการปกครองระบุว่าปี 2569 ประเทศไทยมีประชากรสถานะโสดสูงถึง 39.4% แซงหน้าสัดส่วนคนที่แต่งงานแล้วเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แนวโน้มนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากอายุเฉลี่ยการแต่งงานครั้งแรกขยับจาก 24 ปีมาเป็นใกล้ 30 ปี และจำนวนการจดทะเบียนสมรสยังคงลดลงต่อเนื่องทุกปี
Solo Economy หมายถึงระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยความต้องการของคนที่ใช้ชีวิตเดียวหรือครัวเรือนคนเดียว กลุ่มนี้มีกำลังซื้อที่น่าสนใจเพราะไม่ต้องแบ่งรายได้ให้ครอบครัว และมีพฤติกรรมการซื้อเฉพาะตัว เช่น นิยมแพ็กเกจขนาดเล็ก บริการรายบุคคล และประสบการณ์มากกว่าทรัพย์สิน ธุรกิจที่เข้าใจกลุ่มนี้ก่อนคู่แข่งจะสามารถสร้างความได้เปรียบในตลาดที่กำลังเติบโตนี้ได้
สาเหตุหลักมาจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ได้แก่ ค่าครองชีพที่สูงขึ้นและความไม่พร้อมทางการเงิน ความไม่เท่าเทียมทางเพศในบทบาทครัวเรือนที่ยังคงอยู่ ระดับการศึกษาและความเป็นอิสระทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่านิยม Self-love จากโซเชียลมีเดียที่ทำให้ชีวิตโสดมีความชอบธรรมทางสังคมมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
Consumer Survey ช่วยให้ธุรกิจแบ่งกลุ่มคนโสดออกเป็นกลุ่มย่อยที่มีความหมาย เช่น โสดโดยสมัครใจ โสดชั่วคราว และโสดเพราะข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ แต่ละกลุ่มมีแรงจูงใจและพฤติกรรมการซื้อที่ต่างกัน การทำแบบสำรวจเฉพาะกลุ่มช่วยให้ธุรกิจออกแบบสินค้า บริการ และการสื่อสารที่ตรงจุด แทนการใช้กลยุทธ์เดียวสำหรับทุกคน
QuestionPro เหมาะกับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ SME ที่ต้องการสร้างแบบสำรวจง่ายๆ ผ่านเทมเพลตสำเร็จรูป ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการ TURF Analysis การวิเคราะห์ AI Sentiment และการเชื่อมต่อกับ CRM ระดับ Enterprise ฐานกลุ่มตัวอย่างกว่า 22 ล้านคนทั่วโลกยังช่วยให้ธุรกิจที่ไม่มีฐานลูกค้าคนโสดอยู่แล้วสามารถเริ่มต้นเก็บข้อมูลได้ทันที



